ทำความเข้าใจก่อน: ทราฟฟิกมากไม่ได้แปลว่าสมาชิกจะเพิ่มขึ้น
เว็บไซต์มีผู้เข้าชม แต่ไม่มีผู้สมัครสมาชิก ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ทราฟฟิกไม่เพียงพอเท่านั้น แต่อาจเกิดจากผู้เข้าชมสูญเสียแรงจูงใจในบางขั้นตอน หลังจากเข้ามาจากโฆษณา การค้นหา หรือโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้จะประเมินอย่างรวดเร็ว 3 เรื่อง ได้แก่ เว็บไซต์นี้น่าเชื่อถือหรือไม่ การสมัครสมาชิกจะให้อะไร และขั้นตอนการสมัครยุ่งยากหรือไม่ หากมีข้อใดข้อหนึ่งไม่ชัดเจน ผู้ใช้อาจออกจากเว็บไซต์ก่อนกรอกแบบฟอร์ม
ดังนั้น การเพิ่มจำนวนผู้สมัครไม่ควรอาศัยเพียงการ “ดึงคนเข้ามาในเว็บไซต์ให้มากขึ้น” แต่ควรแยกตรวจสอบเส้นทางทั้งหมด ได้แก่ แหล่งที่มาของทราฟฟิก หน้าที่ผู้ใช้เข้าถึง คุณค่าที่นำเสนอ ปุ่มเรียกร้องให้ดำเนินการ แบบฟอร์มสมัครสมาชิก และประสบการณ์ครั้งแรกหลังสมัคร วิธีต่อไปนี้เหมาะสำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ เว็บไซต์คอนเทนต์ บริการออนไลน์ และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ดำเนินงานในประเทศไทย โดยควรปรับใช้ให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดกลุ่มสมาชิกและเป้าหมายของการสมัครให้ชัดเจน
เริ่มจากเขียนให้ชัดว่า “ใครคือคนที่ควรเปลี่ยนให้เป็นสมาชิก” แล้วจึงกำหนดแบบฟอร์มและสิ่งจูงใจ หากต้องการสะสมรายชื่อสำหรับจดหมายข่าว โดยทั่วไปใช้เพียงอีเมลก็เพียงพอ แต่หากต้องการให้บริการขอใบเสนอราคา การนัดหมาย หรือบริการที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละราย อาจต้องใช้ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และรายละเอียดความต้องการ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรขอข้อมูลจำนวนมากเกินไปตั้งแต่เริ่มต้น
- เว็บไซต์คอนเทนต์: เป้าหมายอาจเป็นการสมัครรับจดหมายข่าว บันทึกบทความไว้ดูภายหลัง หรือรับเอกสารสำหรับดาวน์โหลด
- เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ: อาจเชื่อมการสมัครสมาชิกเข้ากับประวัติการซื้อ การแจ้งเตือนโปรโมชัน หรือการตรวจสอบคำสั่งซื้อ แต่ไม่ควรกำหนดให้การสมัครสมาชิกเป็นวิธีเดียวในการชำระเงิน
- เว็บไซต์บริการ: อาจใช้การนัดหมายเพื่อขอคำปรึกษา การทดลองใช้ฟรี หรือการขอใบเสนอราคาเป็นการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้าในขั้นแรก โดยช่องข้อมูลในแบบฟอร์มควรช่วยสนับสนุนการขายในขั้นต่อไป ไม่ใช่มีไว้เพื่อเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียว
ควรกำหนดเป้าหมายที่ติดตามผลได้ไปพร้อมกัน เช่น “จำนวนผู้สมัครสมาชิกสำเร็จ” “อัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นสมาชิก” และ “จำนวนสมาชิกที่ทำกิจกรรมสำคัญหลังสมัครเสร็จ” วิธีคำนวณอัตราการสมัครสมาชิกคือ: จำนวนผู้สมัครสมาชิกสำเร็จ ÷ จำนวนผู้เข้าชมหน้าสมัครสมาชิก × 100% อย่าดูเฉพาะจำนวนผู้สมัครทั้งหมด เพราะเมื่อทราฟฟิกเพิ่มขึ้น ตัวเลขดังกล่าวอาจบดบังประสิทธิภาพของหน้าสมัครที่ลดลง
ขั้นตอนที่ 2: ทำให้คุณค่าที่นำเสนอเข้าใจได้ภายในไม่กี่วินาที
ส่วนบนสุดของหน้าสมัครสมาชิกควรตอบคำถามโดยตรงว่า “สมัครแล้ว ฉันจะได้รับอะไร?” หัวข้อควรระบุประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม คำโปรยควรอธิบายวิธีใช้งานหรือข้อจำกัดเพิ่มเติม ส่วนปุ่มควรบอกขั้นตอนถัดไปอย่างชัดเจน แทนที่จะใช้ข้อความว่า “ส่งข้อมูลทันที” อาจเลือกใช้ข้อความตามบริบท เช่น “สร้างบัญชีฟรี” “รับเนื้อหาสำหรับดาวน์โหลด” หรือ “นัดหมายเพื่อขอคำปรึกษา”
คุณค่าไม่ได้จำเป็นต้องอยู่ในรูปส่วนลดเสมอไป ผู้ใช้ชาวไทยอาจสนใจการแจ้งเตือนส่งฟรี เนื้อหาสำหรับสมาชิกเท่านั้น การรวบรวมใบเสนอราคา การแจ้งเตือนคอร์สเรียน ฟังก์ชันบันทึกรายการโปรด หรือการได้รับคำตอบจากฝ่ายบริการลูกค้าเร็วขึ้น ควรเลือกสิ่งจูงใจที่สามารถมอบให้ได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ หากใช้ส่วนลด ควรระบุเงื่อนไขการใช้ ระยะเวลา และมีขั้นต่ำในการสั่งซื้อหรือไม่ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความคาดหวังที่ไม่ตรงกันหลังสมัครสมาชิก
ตัวอย่างสถานการณ์สมมติ: เว็บไซต์ที่จำหน่ายของใช้ในบ้านแห่งหนึ่ง เดิมเขียนเพียงว่า “สมัครสมาชิกเพื่อรับบริการเพิ่มเติม” บนหน้าสมัคร หากเปลี่ยนเป็น “สมัครสมาชิกเพื่อดูคำสั่งซื้อ บันทึกสินค้าที่สนใจ และเลือกรับการแจ้งเตือนสินค้าใหม่” ผู้เข้าชมจะเข้าใจประโยชน์ที่ได้รับจากการสมัครได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างนี้เป็นเพียงสมมติฐานเพื่ออธิบายการปรับปรุงข้อความ ไม่ได้หมายถึงกรณีศึกษาหรือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
ขั้นตอนที่ 3: ออกแบบขั้นตอนสมัครสมาชิกให้มีอุปสรรคน้อย
ทุกช่องข้อมูลเพิ่มต้นทุนด้านความคิดและการกรอกข้อมูลให้แก่ผู้ใช้ ในขั้นแรกควรเก็บเฉพาะข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการให้บริการ ส่วนข้อมูลอื่นสามารถให้สมาชิกกรอกเพิ่มเติมภายหลังได้ หากจำเป็นต้องขอเบอร์โทรศัพท์ ควรอธิบายว่านำไปใช้เพื่ออะไร หากกำหนดให้สร้างรหัสผ่าน ควรแสดงกฎของรูปแบบรหัสผ่าน และมีตัวเลือกให้แสดงหรือซ่อนรหัสผ่าน
- วางทางเข้าสู่การสมัครไว้ในแถบนำทาง ส่วนภาพหลักของหน้าแรก และตำแหน่งที่เกี่ยวข้องบนหน้าสินค้าหรือหน้าคอนเทนต์ แต่อย่าใช้ป๊อปอัปมากเกินไปจนรบกวนการอ่าน
- ใช้ป้ายกำกับช่องข้อมูลที่ชัดเจนและแสดงอยู่เสมอ อย่าใช้เพียงข้อความคำแนะนำสีเทาแทนชื่อช่องข้อมูล
- แสดงข้อความแจ้งข้อผิดพลาดไว้ใกล้ช่องที่มีปัญหา พร้อมอธิบายวิธีแก้ เช่น ระบุว่ารหัสผ่านขาดอักขระที่จำเป็น แทนที่จะแสดงเพียงคำว่า “รูปแบบไม่ถูกต้อง”
- บนมือถือควรใช้ประเภทแป้นพิมพ์ที่เหมาะสม ตรวจสอบขนาดและระยะห่างของปุ่ม รวมถึงความเร็วในการโหลด และทดสอบกับเบราว์เซอร์ที่ใช้งานกันทั่วไป
- หากมีการเข้าสู่ระบบผ่านบริการจากบุคคลที่สาม ควรอธิบายให้ชัดเจนว่าจะมีการดึงข้อมูลใดบ้าง และยังคงมีตัวเลือกให้สมัครด้วยอีเมลทั่วไป
การบังคับให้ผู้ใช้สร้างบัญชีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับบริบทการใช้งาน หากผู้เข้าชมเพียงต้องการทดลองใช้หรือดูข้อมูลก่อน การมอบประสบการณ์ที่มีอุปสรรคน้อยมักเหมาะสมกว่า แต่หากบริการจำเป็นต้องมีบัญชีเพื่อบันทึกข้อมูล ก็ควรอธิบายเหตุผลตั้งแต่ช่วงแรกที่จำเป็นต้องใช้บัญชี
ขั้นตอนที่ 4: สร้างความไว้วางใจและลดข้อกังวลก่อนสมัคร
ก่อนกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้จะสนใจว่าข้อมูลจะถูกนำไปใช้อย่างไร จะได้รับข้อความที่ไม่ต้องการหรือไม่ และหากพบปัญหาจะติดต่อเจ้าหน้าที่ได้หรือไม่ บริเวณใกล้ส่วนสมัครสมาชิกควรมีลิงก์นโยบายความเป็นส่วนตัว ช่องทางติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า ข้อกำหนดการให้บริการ และวิธียกเลิกการรับข้อความ หากมีโปรโมชัน ควรระบุความถี่ในการแจ้งเตือนและวิธียกเลิกการสมัครรับข่าวสารอย่างชัดเจน
หลีกเลี่ยงการใช้ตัวนับถอยหลังที่เกินจริง ช่องยินยอมที่ถูกเลือกไว้ล่วงหน้าโดยไม่ชัดเจน หรือป๊อปอัปที่ปิดได้ยาก วิธีเหล่านี้อาจเพิ่มการคลิกได้ในระยะสั้น แต่จะทำลายความไว้วางใจ และอาจทำให้ขอบเขตของการให้ความยินยอมไม่ชัดเจน ข้างแบบฟอร์มอาจใช้ข้อความสั้น ๆ อธิบายว่า “เราจะส่งการแจ้งเตือนตามวัตถุประสงค์ที่คุณยินยอมเท่านั้น” แต่เงื่อนไขสำคัญคือกระบวนการจริงของเว็บไซต์ต้องเป็นไปตามข้อความดังกล่าว
ขั้นตอนที่ 5: ใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์หน้าเว็บเพื่อหาจุดที่ผู้ใช้หลุดออก
อย่าเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ทั้งระบบในครั้งเดียว ควรเริ่มจากสร้างกรวยการเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นสมาชิกขั้นพื้นฐาน แล้วสังเกตว่าผู้เข้าชมออกจากเว็บไซต์ในขั้นใด สามารถจัดระเบียบตัวชี้วัดและแนวทางวิเคราะห์ได้ตามตารางต่อไปนี้:
| ขั้นตอน | ตัวชี้วัดที่สังเกตได้ | ปัญหาที่พบบ่อย | รายการที่ควรตรวจสอบก่อน |
|---|---|---|---|
| เข้าชมเว็บไซต์ | จำนวนผู้เข้าชมและการมีส่วนร่วมจากแหล่งที่มาต่าง ๆ | กลุ่มเป้าหมายไม่สอดคล้องกับเนื้อหาของหน้า | ข้อความโฆษณา เจตนาการค้นหา และหน้าปลายทาง |
| เห็นทางเข้าสู่การสมัครสมาชิก | อัตราการคลิกปุ่ม | ทางเข้าสู่การสมัครไม่เด่นหรือประโยชน์ไม่ชัดเจน | หัวข้อ ข้อความบนปุ่ม การจัดวาง และเวอร์ชันมือถือ |
| เริ่มกรอกแบบฟอร์ม | อัตราการเริ่มกรอกแบบฟอร์มและจุดที่ผู้ใช้หลุดในแต่ละช่อง | มีช่องข้อมูลมากเกินไปหรือกฎการกรอกเข้าใจยาก | จำนวนช่อง ข้อความแจ้งข้อผิดพลาด และประสบการณ์การกรอกข้อมูล |
| สมัครสมาชิกสำเร็จ | อัตราสำเร็จและอัตราการเกิดข้อผิดพลาด | กระบวนการอีเมลยืนยัน การโหลด หรือการตั้งรหัสผ่านหยุดชะงัก | การส่งอีเมล ฟังก์ชันส่งอีเมลอีกครั้ง และบันทึกของระบบ |
| หลังสมัครสมาชิก | อัตราการทำกิจกรรมสำคัญครั้งแรก | สมาชิกไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ | หน้าต้อนรับ การนำทาง การแจ้งเตือน และการแนะนำคอนเทนต์ |
ควรจัดการปัญหาที่ส่งผลกระทบสูงและมีต้นทุนแก้ไขต่ำก่อน ตัวอย่างเช่น หากแบบฟอร์มส่งข้อมูลไม่ได้บนมือถือ ปัญหานี้มักมีลำดับความสำคัญสูงกว่าการออกแบบสีของหน้าใหม่ ในการวิเคราะห์ควรแบ่งข้อมูลตามแหล่งที่มา อุปกรณ์ และผู้เข้าชมใหม่กับผู้เข้าชมเดิมด้วย เพื่อไม่ให้กลุ่มคนที่มีความต้องการแตกต่างกันถูกรวมเป็นกลุ่มเดียว
ขั้นตอนที่ 6: ใช้การทดสอบขนาดเล็กเพื่อการตัดสินใจที่น่าเชื่อถือ
ควรทดสอบตัวแปรหลักเพียงหนึ่งอย่างในแต่ละครั้ง เช่น หัวข้อ สิ่งจูงใจ จำนวนช่องในแบบฟอร์ม หรือข้อความบนปุ่ม ก่อนเริ่มทดสอบ ควรเขียนสมมติฐาน ตัวชี้วัดที่จะสังเกต ระยะเวลาดำเนินการ และเงื่อนไขยุติการทดสอบไว้ล่วงหน้า อย่าประกาศผลจากความผันผวนระยะสั้นของผู้เข้าชมจำนวนน้อย และอย่าดูเฉพาะจำนวนการคลิกปุ่ม หากการคลิกเพิ่มขึ้น แต่การสมัครสำเร็จหรือการใช้งานต่อหลังสมัครลดลง การปรับหน้าใหม่ก็อาจไม่ได้ดีกว่าเดิม
หากมีทราฟฟิกไม่มากพอสำหรับการทดสอบแบ่งกลุ่มอย่างเข้มงวด อาจเริ่มจากการตรวจสอบงานของผู้ใช้ก่อน โดยให้คนที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายจำนวนหนึ่งทำภารกิจ เช่น “หาทางเข้าสู่การสมัคร อธิบายประโยชน์ของการสมัคร และสมัครสมาชิกให้เสร็จ” แล้วบันทึกจุดที่พวกเขาติดขัด การตรวจสอบลักษณะนี้ไม่สามารถทดแทนข้อมูลที่ครบถ้วนได้ แต่ช่วยค้นพบปัญหาด้านข้อความและขั้นตอนได้อย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนที่ 7: ส่งมอบสิ่งที่สัญญาไว้ทันทีหลังสมัครเสร็จ
การสมัครสมาชิกไม่ใช่จุดสิ้นสุด หลังสมัครเสร็จควรแสดงขั้นตอนถัดไปให้ชัดเจน เช่น ตั้งค่าความสนใจ ดูรายการที่บันทึกไว้ เริ่มทดลองใช้ฟรี ยืนยันการนัดหมาย หรืออ่านเนื้อหาต้อนรับ หากมีอีเมลยืนยัน หน้าดังกล่าวควรอธิบายว่าจะส่งไปที่ใด ต้องรออย่างไร และควรทำอย่างไรหากหาอีเมลไม่พบ พร้อมมีตัวเลือกสำหรับส่งอีเมลอีกครั้ง
ข้อความต้อนรับสามารถแยกตามเป้าหมายของสมาชิกแต่ละกลุ่มได้ ไม่จำเป็นต้องยัดทุกฟังก์ชันไว้ในครั้งเดียว สำหรับผู้สมัครรับจดหมายข่าว ควรเริ่มจากนำเสนอคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจ สำหรับผู้ทดลองใช้ ควรแนะนำให้ทำกิจกรรมหนึ่งอย่างที่ช่วยให้เห็นคุณค่าของบริการ และสำหรับสมาชิกอีคอมเมิร์ซ ควรช่วยให้ตรวจสอบคำสั่งซื้อ สร้างรายการสินค้าที่สนใจ หรือตั้งค่าการแจ้งเตือนได้ก่อน วิธีนี้จะเปลี่ยนการสมัครจากการเป็นเพียงรายชื่อ ไปสู่ความสัมพันธ์ที่มีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
เช็กลิสต์ตรวจสอบอย่างรวดเร็วก่อนเปิดใช้งาน
- สามารถอธิบายประโยชน์ของการสมัครสมาชิกให้เข้าใจได้ภายในประโยคเดียวหรือไม่?
- ได้นำช่องข้อมูลที่ไม่จำเป็นออกไปหรือเลื่อนการกรอกไปภายหลังแล้วหรือไม่?
- ได้ทดสอบการใช้งานจริงบนมือถือ คอมพิวเตอร์ และเบราว์เซอร์ยอดนิยมแล้วหรือไม่?
- อีเมลยืนยัน การรีเซ็ตรหัสผ่าน และข้อความแจ้งข้อผิดพลาดทำงานเป็นปกติหรือไม่?
- นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการให้บริการ และการให้ความยินยอมรับการแจ้งเตือนมีความชัดเจนหรือไม่?
- สามารถแยกแยะได้หรือไม่ว่าทราฟฟิกมาจากแหล่งใด ใช้อุปกรณ์อะไร และมีพฤติกรรมอย่างไรหลังสมัคร?
- หลังสมัครเสร็จ สมาชิกทราบหรือไม่ว่าควรดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปอย่างไร?
หัวใจของการเพิ่มอัตราการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ไม่ใช่การเพิ่มป๊อปอัปหรือมอบส่วนลดที่มากขึ้น แต่คือการทำให้ผู้เข้าชมที่ใช่เข้าใจคุณค่า รู้สึกไว้วางใจที่จะให้ข้อมูล และสมัครเสร็จผ่านขั้นตอนที่สั้นและราบรื่นที่สุด เริ่มจากหน้าเว็บหนึ่งหน้า แบบฟอร์มหนึ่งชุด และตัวชี้วัดที่ติดตามได้หนึ่งกลุ่ม จากนั้นปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามหลักฐาน เพื่อเปลี่ยนทราฟฟิกให้กลายเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าต่อการมีปฏิสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ
เราเป็นเอเจนซี่การตลาดที่ดีที่สุดในประเทศไทยบนอินเทอร์เน็ต
หากคุณต้องการความช่วยเหลือ กรุณาติดต่อเราผ่านแบบฟอร์มติดต่อ
ปรึกษาฟรี










TH Ranking ให้บริการทราฟฟิกเว็บไซต์คุณภาพสูงที่สุดในประเทศไทย เรามีบริการทราฟฟิกหลากหลายรูปแบบสำหรับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ทราฟฟิกเว็บไซต์, ทราฟฟิกจากเดสก์ท็อป, ทราฟฟิกจากมือถือ, ทราฟฟิกจาก Google, ทราฟฟิกจากการค้นหา, ทราฟฟิกจาก eCommerce, ทราฟฟิกจาก YouTube และทราฟฟิกจาก TikTok เว็บไซต์ของเรามีอัตราความพึงพอใจของลูกค้า 100% คุณจึงสามารถสั่งซื้อทราฟฟิก SEO จำนวนมากทางออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ เพียง 398 บาทต่อเดือน คุณสามารถเพิ่มทราฟฟิกเว็บไซต์ ปรับปรุงประสิทธิภาพ SEO และเพิ่มยอดขายได้ทันที!
เลือกแพ็กเกจทราฟฟิกไม่ถูกใช่ไหม? ติดต่อเราได้เลย ทีมงานของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือ
ปรึกษาฟรี